ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา “รหัสผ่าน” (Password) ถือเป็นด่านแรกของการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีเมล แอปพลิเคชันองค์กร ระบบธนาคารออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากการใช้รหัสผ่านกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาง่าย การใช้รหัสผ่านซ้ำหลายระบบ และการถูกโจมตีผ่าน Phishing หรือการขโมยข้อมูลรับรอง
ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Microsoft, Google และ Apple จึงร่วมกันผลักดันมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า Passkeys ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป โดย Passkeys กำลังได้รับการยอมรับในฐานะทางเลือกที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายกว่า Password แบบดั้งเดิม
Passkey คืออะไร
Passkey คือวิธีการยืนยันตัวตนแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ Public-Key Cryptography แทนการใช้รหัสผ่านที่ผู้ใช้ต้องจดจำ
หลักการทำงานของ Passkey ประกอบด้วยกุญแจดิจิทัล 2 ส่วน ได้แก่
- Public Key เก็บไว้ที่ผู้ให้บริการระบบ
- Private Key เก็บไว้บนอุปกรณ์ของผู้ใช้
เมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าสู่ระบบ อุปกรณ์จะใช้ Private Key ในการยืนยันตัวตนกับเซิร์ฟเวอร์ โดยไม่มีการส่งรหัสผ่านหรือข้อมูลลับผ่านเครือข่ายแม้แต่ครั้งเดียว
กล่าวง่ายๆ คือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำรหัสผ่านที่ซับซ้อนอีกต่อไป แต่สามารถใช้สิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น
- ลายนิ้วมือ (Fingerprint)
- การสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- PIN ของอุปกรณ์
- Windows Hello
- Touch ID หรือ Face ID
ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกในการปลดล็อก Private Key ที่ถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยภายในอุปกรณ์

ทำไม Password จึงกลายเป็นปัญหา
แม้ว่ารหัสผ่านจะเป็นมาตรฐานที่ถูกใช้งานมานานกว่า 50 ปี แต่พฤติกรรมการใช้งานและรูปแบบภัยคุกคามในปัจจุบันทำให้รหัสผ่านเริ่มไม่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยอีกต่อไป
1. ผู้ใช้จำรหัสผ่านจำนวนมากไม่ได้
ในชีวิตประจำวัน เราอาจมีบัญชีออนไลน์ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยบัญชี ทั้งบัญชีงาน บัญชีส่วนตัว แอปพลิเคชันต่างๆ และบริการออนไลน์อีกจำนวนมาก
เมื่อจำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานมักเลือกใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำๆ หรือปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเพื่อให้จดจำได้ง่าย ส่งผลให้หากบัญชีใดบัญชีหนึ่งถูกเจาะ ระบบอื่นที่ใช้รหัสผ่านเดียวกันก็อาจถูกบุกรุกตามไปด้วย
2. Phishing ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญ
หนึ่งในวิธีโจมตีที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบันคือ Phishing หรือการหลอกให้ผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลรับรองตัวตน
ผู้โจมตีมักสร้างเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาคล้ายบริการจริง ส่งอีเมลหรือข้อความหลอกลวงเพื่อให้เหยื่อกรอก Username และ Password ด้วยตนเอง เมื่อข้อมูลถูกส่งไปยังผู้โจมตี บัญชีก็อาจถูกเข้ายึดได้ทันที
แม้องค์กรจะลงทุนด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Phishing ยังคงประสบความสำเร็จเนื่องจากอาศัย “ความผิดพลาดของมนุษย์” มากกว่าช่องโหว่ทางเทคนิค
3. การบริหารจัดการ Password มีต้นทุนสูง
ในมุมขององค์กร รหัสผ่านไม่ได้สร้างภาระเฉพาะด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังสร้างต้นทุนการดำเนินงานจำนวนมาก เช่น
- การรีเซ็ตรหัสผ่านที่ผู้ใช้งานลืม
- การให้บริการ Help Desk
- การบังคับใช้ Password Policy
- การตรวจสอบความซับซ้อนของรหัสผ่าน
- การดูแลระบบ MFA เพิ่มเติม
หลายองค์กรพบว่าค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนผู้ใช้งานด้านรหัสผ่านคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าที่คาดไว้ และเป็นภาระที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกปี
ปัญหาเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมองหาแนวทางใหม่ในการพิสูจน์ตัวตน
Passkey ปลอดภัยกว่าอย่างไร
★ ป้องกันการโจมตีแบบ Phishing
ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ Passkey คือ การผูกข้อมูลยืนยันตัวตนเข้ากับเว็บไซต์หรือบริการที่ถูกต้องโดยตรง
หากผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ปลอม ระบบ Passkey จะไม่ทำการยืนยันตัวตนให้ เนื่องจากโดเมนปลายทางไม่ตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ ทำให้เทคนิค Phishing ที่เคยได้ผลกับรหัสผ่านแทบไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก
★ ไม่มีรหัสผ่านให้ขโมย
การโจมตีแบบดักจับข้อมูลระหว่างทาง (Credential Interception) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับ Password
แต่สำหรับ Passkey ไม่มีการส่งรหัสผ่านผ่านเครือข่ายเลย ผู้โจมตีจึงไม่มีข้อมูลลับให้ดักจับหรือขโมยไปใช้งานต่อ
★ ลดความเสี่ยงจาก Data Breach
ในอดีต หากฐานข้อมูลรหัสผ่านขององค์กรรั่วไหล ผู้โจมตีอาจนำ Password Hash ไปถอดรหัสและนำไปใช้โจมตีบัญชีอื่น ๆ ได้
ในระบบ Passkey ผู้ให้บริการจะเก็บเพียง Public Key ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เข้าสู่ระบบแทนผู้ใช้งานได้ แม้ฐานข้อมูลจะถูกเข้าถึง ผู้โจมตีก็ยังไม่สามารถปลอมตัวเป็นเจ้าของบัญชีได้
★ ใช้งานง่าย
ความปลอดภัยมักถูกมองว่าแลกมาด้วยความยุ่งยาก แต่ Passkey พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการทำให้ขั้นตอน Login ง่ายขึ้น
จากเดิมที่ต้อง
- จำ Username
- กรอก Password
- รับ OTP
- ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
กลายเป็นเพียง
- แตะเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ
- หรือสแกนใบหน้า
- เข้าสู่ระบบได้ทันที
ทั้งสะดวก รวดเร็ว และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งาน
Passkey แตกต่างจาก MFA อย่างไร
หลายคนอาจเข้าใจว่า Passkey เป็นเพียง Multi-Factor Authentication (MFA) อีกรูปแบบหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง Passkey มีแนวคิดที่ก้าวไปไกลกว่านั้น
| ประเด็น | Password + MFA | Passkey |
| วิธีการใช้งาน | ยังต้องใช้ Password | ไม่ต้องใช้ Password |
| ความเสี่ยงจาก Phishing | ยังมีความเสี่ยง | ป้องกันโดยธรรมชาติ |
| การจดจำข้อมูล | ผู้ใช้ต้องจำรหัสผ่าน | ผู้ใช้ไม่ต้องจำรหัสผ่าน |
| ความสะดวก | มีขั้นตอนหลายขั้น | รวดเร็วกว่า |
| การจัดการระบบ | มีภาระด้าน Password | ลดภาระได้มาก |
กล่าวได้ว่า MFA ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ Password ส่วน Passkey มีเป้าหมายเพื่อกำจัดความจำเป็นของ Password ได้โดยตรง
ผลกระทบต่อองค์กรและผู้ใช้งาน
การมาถึงของ Passkey ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนวิธี Login เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมด้านความปลอดภัยขององค์กรในหลายมิติ
สำหรับผู้ใช้งาน
- ไม่ต้องจำรหัสผ่านจำนวนมาก
- ลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยบัญชี
- ใช้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น
- ลดความกังวลเรื่องการตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน
สำหรับองค์กร
- ลดต้นทุน Help Desk
- ลดความเสี่ยงจาก Credential Theft
- สนับสนุนแนวทาง Zero Trust Security
- เพิ่มประสบการณ์ใช้งานให้กับพนักงานและลูกค้า
- ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ Account Takeover
ในยุคที่องค์กรกำลังเร่งทำ Digital Transformation การใช้งาน Passkey จึงกลายเป็นทั้งมาตรการด้านความปลอดภัยและการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ไปพร้อมกัน
อนาคตของโลกไร้รหัสผ่าน
ปัจจุบันผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่และผู้พัฒนาระบบจำนวนมากเริ่มรองรับ Passkeys อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันแนวโน้มด้าน Cybersecurity ก็ชี้ให้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ กำลังมองหาแนวทางที่ลดการพึ่งพารหัสผ่าน เนื่องจาก Password ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์
แม้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่ารหัสผ่านจะหายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ทิศทางของอุตสาหกรรมไอทีเริ่มชัดเจนมากขึ้นว่า อนาคตของการพิสูจน์ตัวตนจะเน้นความปลอดภัยที่มองไม่เห็นและใช้งานง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ โดย Passkeys กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้โลกดิจิทัลเข้าใกล้เป้าหมาย “Passwordless Authentication” มากกว่าที่เคย
บทสรุป
Passkeys ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดด้านการพิสูจน์ตัวตนจากการ “จำความลับ” ไปสู่การ “ยืนยันตัวตนด้วยอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ครอบครอง”
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป Passkeys หมายถึงความสะดวกและความปลอดภัยที่มากขึ้น ส่วนสำหรับองค์กร Passkeys คือโอกาสในการลดความเสี่ยงทางไซเบอร์ ลดภาระงานด้าน IT และยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
ในวันที่การโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน การก้าวสู่โลกไร้รหัสผ่านอาจไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความจำเป็นขององค์กรยุคดิจิทัล
ที่มา: