ในยุคดิจิทัลที่การใช้งานเว็บแอปพลิเคชันมีบทบาทสำคัญในธุรกิจและชีวิตประจำวันมากขึ้น การปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชันจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้ การโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบต่าง ๆ เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting (XSS) และ DDoS กำลังเป็นภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ เทคโนโลยี Web Application Firewall (WAF) จึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อตรวจสอบและปกป้องการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับเว็บแอปพลิเคชันอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับที่มาของ WAF หลักการทำงาน ประเภทการใช้งาน และการป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุม เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญและการเลือกใช้งาน WAF อย่างเหมาะสมในองค์กร
ที่มาของ WAF
WAF หรือ Web Application Firewall มีที่มาจากแนวคิดที่ต้องการป้องกันเว็บแอปพลิเคชันจากภัยคุกคามที่เจาะจงเป้าหมายไปที่ระดับแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ Firewall ทั่วไปไม่สามารถป้องกันได้ ด้วยการเติบโตของอินเทอร์เน็ตและการใช้งานเว็บแอปพลิเคชันในธุรกิจต่างๆ ทำให้เกิดการโจมตีที่หลากหลาย เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting (XSS) และ DDoS ซึ่งต้องการเครื่องมือเฉพาะทางในการตรวจจับและป้องกัน
ในอดีต Firewall ทั่วไปทำหน้าที่กรองข้อมูลที่ระดับเครือข่าย (Network Layer) แต่เมื่อภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น WAF จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบและปกป้องที่ระดับ Application Layer (Layer 7) ตาม OSI (Open Systems Interconnection) 7 Layers Model*1
*1 OSI 7 Layers Model คือ โมเดลที่ใช้ในการอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สื่อสารสองอุปกรณ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ชั้น (Layers) โดยแต่ละชั้นจะมีหน้าที่เฉพาะในการจัดการข้อมูลให้อุปกรณ์ทั้งสองสามารถส่งและรับข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
WAF ต่างจาก Firewall ปกติยังไง
ระดับการป้องกัน
- Firewall ปกติ: ทำงานที่ระดับเครือข่าย (Network Layer) เพื่อกรอง Packet ข้อมูลระหว่างเครือข่าย โดยเน้นการป้องกันการโจมตีที่เกิดขึ้นกับโปรโตคอลเครือข่าย เช่น การโจมตีแบบ IP Spoofing หรือ Port Scanning
- WAF: ทำงานที่ระดับแอปพลิเคชัน (Application Layer) โดยเน้นปกป้องเว็บแอปพลิเคชันจากการโจมตีที่ซับซ้อน เช่น SQL Injection และ XSS
การทำงาน
- Firewall ปกติ: ตรวจสอบเฉพาะ Packet ข้อมูลตามกฎที่กำหนด เช่น Allow หรือ Deny ตาม IP และพอร์ต
- WAF: ตรวจสอบเนื้อหาของการรับส่งข้อมูล HTTP/HTTPS เพื่อหาพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงข้อมูลที่ส่งไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์
หลักการทำงานของ WAF
WAF จะกรองคำขอ HTTP/HTTPS ที่มาจากผู้ใช้ โดยอัตโนมัติตามนโยบายหรือกฎที่กำหนดไว้ ทำให้สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น ในกรณีการโจมตี DDoS การจำกัดจำนวนคำขอสามารถทำได้ทันที โดยไม่กระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์

ประเภทการใช้งาน WAF
ประกอบด้วย 3 รูปแบบ ได้แก่
- Network-based WAF: ใช้ฮาร์ดแวร์และมีค่าใช้จ่ายสูง
- Host-based WAF: ติดตั้งบนแอปพลิเคชัน, ราคาถูกกว่าแต่ต้องใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น
- Cloud-based WAF: ราคาประหยัดและง่ายต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่ต้องการจัดการกับฮาร์ดแวร์
WAF ป้องกันอะไรได้บ้าง
WAF สามารถป้องกันการโจมตีหลายรูปแบบ เช่น
- Injection: ป้องกันการโจมตีประเภท SQL Injection และอื่น ๆ
- Broken Authentication and Session Management: ป้องกันการเข้าถึงข้อมูล session ที่ไม่ได้รับอนุญาต
- Cross-Site Scripting (XSS): ป้องกันการฝังสคริปต์อันตรายที่อาจขโมยข้อมูลจากผู้ใช้
- Security Misconfiguration: ป้องกันการตั้งค่าผิดพลาดที่อาจทำให้เว็บแอปพลิเคชันมีช่องโหว่
- Sensitive Data Exposure: ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลส่วนตัว
บริการ WAF ที่ได้รับความนิยม
WAF มีให้บริการหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ cloud-based และแบบติดตั้งในระบบขององค์กรเอง (on-premise) โดยผู้ให้บริการรายใหญ่มีอยู่หลายเจ้า ตัวอย่างบริการ WAF ที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่
AWS WAF
- ให้บริการโดย Amazon Web Services
- ปกป้องเว็บแอปพลิเคชันบน Amazon Cloud เช่น API Gateway, CloudFront และ ALB
Azure Web Application Firewall
- ให้บริการโดย Microsoft Azure
- ใช้งานร่วมกับ Azure Front Door, Application Gateway
Cloudflare WAF
- ปกป้องเว็บจาก OWASP Top 10, DDoS และบอทต่าง ๆ
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องติดตั้งอะไรที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์
บทสรุป
WAF เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นสำหรับการป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับเว็บแอปพลิเคชัน ซึ่ง Firewall ปกติไม่สามารถรองรับได้อย่างครอบคลุม ด้วยความสามารถในการตรวจสอบที่ระดับแอปพลิเคชัน ทำให้ WAF เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและความเสถียรของระบบ
นอกจากนี้ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี Cloud WAF ยังช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและการจัดการ เพิ่มความยืดหยุ่นและความปลอดภัยให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้งาน WAF ที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับเว็บแอปพลิเคชันขององค์กรในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
ที่มา: Cloudflare
ภาพจาก Freepik