Strong AI ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์สู่โลกแห่งอนาคต

Strong AI

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือที่พวกเราเรียกกันว่า AI นั้น กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีชีวมิติ ที่ช่วยทำให้การยืนยันตัวตนของเราง่ายดายและแม่นยำมากขึ้น เช่น ในการปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ จากอดีตที่ต้องใส่รหัสหรือรูปแบบเพื่อปลดล็อก กลายมาเป็นการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งการไปนั่งรับประทานอาหาร บางร้านก็มีหุ่นยนต์ที่ช่วยเดินเสิร์ฟอาหารแทนพนักงาน แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

AI แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามระดับความฉลาดคือ Strong AI และ Weak AI

ทุกวันนี้มี AI ที่ถูกสร้างขึ้นมากมายบนโลก ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น แต่ก็ยังไม่มี AI ใดที่ถูกจัดอยู่ในประเภท Strong AI

Strong AI หรือ Artificial General Intelligence (AGI) หมายถึง “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีสติปัญญาเทียบเทียมกับมนุษย์ สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์”

ส่วน Weak AI หรือ Narrow AI หมายถึง “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในงานหนึ่ง หรือหลายงานแต่จำกัดอยู่ในขอบเขตของงานที่กำหนดไว้เท่านั้น เพราะพัฒนาขึ้นมาด้วยโมเดล Machine Learning และข้อมูลเฉพาะสำหรับงานนั้น ๆ ที่มนุษย์ป้อนให้ระบบ Weak AI จึงไม่สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง”  

แม้จะเกิดการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ AI ที่ถูกจัดว่าเป็น AI ที่ล้ำสมัยที่สุดในตอนนี้ก็ยังคงห่างไกลจากคำว่า Strong AI มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความหวังเสียทีเดียว เพราะมีโซเฟีย หุ่นยนต์ AI ตัวแรกของโลกได้รับสิทธิ์เป็นพลเมืองของซาอุดิอาระเบียไปแล้ว และได้ไปออกรายการโทรทัศน์ รวมถึงงานประชุมทั่วโลกในฐานะทูตนวัตกรรมหุ่นยนต์คนแรกสำหรับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Development Programme) อีกทั้งโซเฟียยังเป็นต้นแบบสำหรับการวิจัย AI โดยเฉพาะในด้านการทำความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ ถึงจะยังไม่ใช่ Strong AI แต่ก็เป็น Weak AI ที่เริ่มใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์มากขึ้น

หุ่นยนต์ AI โซเฟีย
หุ่นยนต์ AI โซเฟีย
ภาพจาก hansonrobotics

อนาคตของ Strong AI

Strong AI ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ยังนำมาใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ และมีผู้คนมากมายที่มองว่า Strong AI เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น เพราะแม้ปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดเพียงใด ก็ไม่อาจฉลาดเทียบเทียมกับมนุษย์ได้ นอกจากนี้ยังมีข้อถกเถียงและความกังวลใจมากมายจากผู้คนในหลายกลุ่ม ถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจาก Strong AI ถูกพัฒนาได้สำเร็จ

แน่นอนว่าเมื่อถึงวันนั้นก็อาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ด้านการทำงานได้ เพราะงานบางอย่างอาจใช้ AI เข้ามาช่วยได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นงานพัฒนาซอฟต์แวร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์มากมายเรียนรู้ที่จะนำ AI มาช่วยในการเขียนโปรแกรม หรือนำมาช่วยแก้ปัญหาที่พบ ทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ AI ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่าง ChatGPT ก็ยังเป็นเพียง Weak AI อยู่

ในทางกลับกัน Weak AI ยังช่วยเราได้มากขนาดนี้ หาก Strong AI ถูกพัฒนาขึ้นมา โลกเราคงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่คิดต่าง เพราะมองว่า AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้น อาจฉลาดมากกว่ามนุษย์ และแย่งงานมนุษย์เราไปในที่สุดก็ได้

บทสรุป

ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน Strong AI เป็นเทคโนโลยีอีกขั้นที่จะช่วยยกระดับและพัฒนาโลกของเรา ย้อนไปในอดีตช่วงสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม คนขับรถม้าก็กลัวรถยนต์จะมาแทนที่ แม้ว่าสุดท้ายรถยนต์จะเข้ามาแทนที่รถม้าจริง แต่ก็เกิดอาชีพอื่นตามมามากมาย เช่น ช่างซ่อมรถยนต์ คนขับรถ เป็นต้น

การพัฒนา Strong AI ก็ไม่ต่างกัน เมื่อมันถูกพัฒนาจนสำเร็จ แน่นอนว่าโลกเราต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก และเมื่อสามารถสร้าง AI ที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์และคิดเองได้ ผู้พัฒนาก็จำเป็นต้องมีแผนรับมือ และรับรองความปลอดภัยของมนุษย์ เพราะสุดท้ายเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคตเมื่อพัฒนา Strong AI ได้สำเร็จจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับมนุษย์เรามากกว่ากัน

ที่มา:

The History of Artificial Intelligence – Science in the News (harvard.edu)

Logic Theorist – Complete History of the Logic Theorist Program (history-computer.com)

Sophia – Hanson Robotics